เมืองซับโปโรแห่งเกาะฮอกไกโดเป็นครัวอาหารรสเลิศ มีต้นกำเนิดจากร้านขายดงบุริหน้าอาหารทะเลโดยเฉพาะที่ "ตลาดนิโจ"! [Donburi Chashitsu] [Marusen chokusetsu]

ภาษาไทย | 繁体中文 | 簡体中文 | 日本語

พูดไปแล้วอาจดูเวอร์ไปหน่อย คุณเคยกินอาหารอะไรที่ทำให้รู้สึกซาบซึ้งไหม ณ "ท่าเรือประมงเกาะเระบุน" ทางตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น มีความรู้สึกประทับใจเช่นนั้นจริงๆ ใช่จริงๆ นั่นคือความรู้สึกที่ได้กินเม่นทะเลที่เรียกกันว่าเป็นราชารสชาติแห่งท้องทะเล

"เม่นทะเล"แห่งเกาะเระบุน พูดถึงราคาของ "เม่นทะเล" สูงอยู่สักหน่อย มักมีคนคิดกันว่าถ้าอดทนอีกหน่อยเมื่อไหร่ก็ซื้อได้ ทำไมเป็นเช่นนี้ "เม่นทะเล" จริงๆ แล้วไม่เกี่ยวอะไรเลยกับราคา...


วิธีการจับเม่นทะเลโดยทั่วไปก็คือชาวประมงนั่งเรือเล็กขนาดคนเดียว พิจารณาทะเลแล้วใช้ตาข่ายดักปลาจับ แต่วิธีการจับที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการจับปลาปกติ เรียกว่าวิธีดำน้ำแบบใส่หมวกดำน้ำ。
วิธีดำน้ำแบบใส่หมวกดำน้ำก็คือ ไต้ก๋ง ช่างเครื่อง ชาวประมง และนักดำน้ำสี่คนประกอบกันเป็นหนึ่งคณะ อธิบายง่ายๆ ก็คือ นักดำน้ำสวมชุดดำน้ำที่ตัวแขนท่อนเหล็กดำลงไปในน้ำ ใช้เชือกต่อหน้ากากของนักดำน้ำกับเรือ เพื่อส่งออกซิเจนให้ตลอดเวลา。。

จากนั้น นักดำน้ำต้องดำลงไปจับเม่นทะเลที่อยู่ลึกลงไปใต้ทะเล 15 เมตร ทำเช่นนี้ต่อเนื่อง 2-3 ชั่วโมง หลังจากพักสักครู่ก็ดำน้ำลงไปในทะเลอีก ทำกลับไปกลับมาประมาณ 9 ชั่วโมง จากนั้นก็ออกเรือกลับท่าเรือ วิธีการจับแบบนี้ ในญี่ปุ่นทั่วไปแล้วไม่มี มีเฉพาะที่เกาะเระบุนเท่านั้น。


ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ เพราะทั่วประเทศญี่ปุ่นห้ามวิธีการจับเช่นนี้ แต่ทำไมที่เกาะเระบุนจึงทำได้นะ เพราะได้รับอนุญาตที่เกาะฮอกไกโดแล้ว หรือพูดได้ว่า ประโยชน์การจับปริมาณมาก ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนบุคคล แต่เป็นการรวมกลุ่มความร่วมมือกิจการเรือประมง จากประโยชน์นี้นำมามอบเป็นการให้ความช่วยเหลือการเงินรักษาพยาบาลแก่สมาชิกทั้งกลุ่ม ชาวประมงที่เป็นสมาชิกกลุ่มทั้งหมดร่วมกันทำอาชีพประมงของเกาะเระบุนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายมาก

หัวหน้าเอชิโกะ คาโอรุ กล่าวว่า "หลังจากขนเม่นทะเลลงมาจากเรือ ขั้นแรกต้องเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ศูนย์ประสบการณ์ลอกผิวเม่นทะเล" คุณเอชิโกะพูดด้วยความยินดีว่าเป็นเพราะมีศูนย์นี้ คนญี่ปุ่นก็เลยโชคดีได้กินเม่นทะเลสดใหม่ตลอดทั้งปี

เมื่อมองกลับอีกด้านหนึ่งของกิจการประมง เนื่องจากปริมาณเม่นทะเลที่จับได้อุดมสมบูรณ์มาก ไม่มีทางจัดการให้เหมาะสมได้ เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหา พูดแล้วทำไมนะเม่นทะเลคุณภาพดีที่สุดเช่นนี้ถูกกำจัดไป สาหร่ายเกาะริชิริที่เติบโตในทะเลมีสารอาหารอุดมสมบูรณ์ สำหรับเม่นทะเลแล้วเป็นสภาพแวดล้อมการเติบโตที่ดีที่สุด


ฝนตกแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวแต่เดิมขาดวิวทิวทัศน์ใหม่ของเกาะเระบุน ได้รับความนิยมมาก สัมผัสประสบการณ์การลอกเปลือกนอกของเม่นทะเลอย่างมีความสุข แน่นอนว่าหลังจากสัมผัสประสบการณ์แล้ว ก็สามารถทดลองกินได้ เพียงแต่ลอกเปลือกเม่นทะเล ก็ต้องทำงานที่ไม่ธรรมดาแล้ว
พวกคุณป้าลอกเปลือกเม่นทะเลริมทะเล หากฝนตกแล้วก็ต้องทำงานรวมตัวกันที่นี่ แต่งานที่ดูเชื่องช้านี้ ขั้นแรกต้องใช้มีดพิเศษ แบ่งครึ่งเม่นทะเล เอารังไข่ตรงกลางที่เหมือนกลีบดอกไม้ 5 กลีบออกมาเบาๆ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเปิดตรงกลางออกมาก็จะมีรังไข่เหมือนกลีบดอกไม้ 5 กลีบทุกครั้ง จากนั้นแช่น้ำไว้และนำเอาเปลือกและขยะไปทิ้ง งานที่ใส่ใจอย่างละเอียด แต่ละวันต้องทำซ้ำหลายสิบครั้ง หรือถึงขั้นหลายร้อยครั้ง แน่นอนว่างานละเอียดเช่นนี้เครื่องจักรไม่อาจทำได้...

เม่นทะเลที่ลอกเปลือกแล้วจะส่งไปยังโรงงานแปรรูป ที่นี่ด้านสุขอนามัยเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งใดๆ พนักงานทุกคนต้องสวมเสื้อผ้าสีขาวทำงาน หลังจากลอกเปลือกเม่นทะเลแล้ว 2-3 วันก็ไม่สามารถใช้ได้ อยากจะรักษาความสดใหม่ หากเติมสารเคมีรสชาติก็จะเปลี่ยนแปลง แต่ก็ยังต้องเติม。
เพราะอะไรหรือ เม่นทะเลสดจริงๆ มีแต่คนในเกาะเระบุนเท่านั้นที่จะได้กิน แต่เหตุการณ์เช่นนั้นหมดไปเมื่อมีการพัฒนา นั่นคือ "น้ำทะเลลดแบคทีเรีย" เมื่อใส่เม่นทะเลและ "น้ำทะเลลดแบคทีเรีย" ด้วยกันในกล่อง สภาพในกล่องเหมือนกับน้ำทะเล ในกล่องมีสภาพเป็นน้ำทะเลเกาะเระบุนอีกครั้ง เช่นนี้เหมือนกับเม่นทะเลสดจริงๆ สามารถเก็บได้นานหนึ่งสัปดาห์ เช่นนี้ก็ได้เติมเต็มความรู้สึกของคนที่จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้กินเม่นทะเลที่เป็นราชาของรสชาติแห่งท้องทะเลกันแล้ว
ต้องมาสัมผัสประสบการณ์ความรู้สึกเช่นนี้ให้ได้นะ

เม่นทะเลของเกาะเระบุนจะมีช่วง 3 เดือนระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปี นอกจากนี้ หากเนื่องจากสภาพอากาศและน้ำทะเลแล้วไม่มีหอยเม่น อาจต้องนำเข้าสินค้าจากสถานที่อื่น ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย。